Loading ...
Sorry, an error occurred while loading the content.

1055เชิญร่วมประชุม "ทศ วรรษต่อไปของการขับเค ลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง " 25 พค 2555

Expand Messages
  • Win Mektripop
    May 6, 2012

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    การจัดประชุม “ทศวรรษต่อไปของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง”

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2555

     

                    การประชุม “ทศวรรษต่อไปของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 เป็นการระดมสมองของภาคีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งภาคการเมืองท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ภาคราชการ ภาคสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาคศาสนา และการขับเคลื่อนระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับองค์กร/หน่วยงาน/สถาบันหลายแห่งเป็นเจ้าภาพในการวิจัยและจัดการประชุม เพื่อสกัดประเด็นสำคัญ 2 ข้อ คือ

    1) การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีความสำเร็จและอุปสรรคอย่างไร

    2) ในการขับเคลื่อนต่อไปในทศวรรษหน้า เพื่อแก้ปัญหาจากอุปสรรคที่เผชิญอยู่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป ต้องการความรู้อะไรเพิ่มเติม และควรจะดำเนินงานขับเคลื่อนต่อไปในลักษณะใด

    ในช่วงเช้า ศ.นายแพทย์ประเวศ วะสี จะกล่าวปาฐกถานำในหัวข้อ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษหน้า : องค์ความรู้ อุปสรรค และยุทธวิธี” หลังจากนั้นแต่ละภาคส่วน จะนำเสนอผลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาพรวม และในภาคบ่ายจะเปิดเวทีกลุ่มย่อยเพื่อระดมสมองกันอย่างถึงแก่น เช่น ภาคศาสนา เราจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจาก พระสุบิน ปณีโต ผู้ขับเคลื่อนกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์วัดไผ่ล้อม จังหวัดตราด มากว่า 20 ปี กระทั่งปัจจุบัน มีสมาชิกกว่า 58,747 คน มีเงินหมุนเวียนทั้งหมดกว่า 700 ล้านบาท หนทางที่ผ่านมาคงไม่ราบเรียบดังกลีบกุหลาบเป็นแน่ ภาคธุรกิจเอกชน เราจะได้เรียนรู้ประสบการณ์บริหารจัดการบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ภาคการขับเคลื่อนระหว่างประเทศ เราจะได้เรียนรู้ความสุขมวลรวมประชาชาติจากประเทศภูฏานและหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย เพื่อจำลองสังคมไทยที่จะช่วยให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Society) โดยมีคำว่า “ประโยชน์สุข” และ ระบอบทรัพย์สินแบบใหม่ที่เรียกว่า “ระบอบทรัพย์สินร่วม” เป็นแก่นแกนสำคัญ

    การจะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมแห่งความสุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีอุปสรรคตรงไหน เรายังขาดอะไร แต่ละภาคส่วนต้องทำอะไรบ้าง เราขอเชิญสื่อทุกด้านเข้าร่วมจับประเด็น ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เวลา 8.00 – 17.00 น. เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน เราหวังว่าท่านจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษนี้ และทศวรรษต่อไป โปรดสำรองที่นั่งได้ที่ สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม


    โทร 02-5797044 , 02-9413756 แฟกซ์ 02-9413756 


    (ร่าง) กำหนดการ การจัดประชุม “ทศวรรษต่อไปของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง”

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์

     

       8.00 - 8.55 น.                 ลงทะเบียน

       9.00 - 9.15 น.                 กล่าวเปิดงาน โดย ดร.สีลาภรณ์  บัวสาย

       9.15 - 9.45 น.                 ปาฐกถานำ ในหัวข้อ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษหน้า : องค์ความรู้ อุปสรรค และยุทธวิธี

    โดย ศ.นายแพทย์ประเวศ วะสี

       9.45 - 9.55 น.                 พักรับประทานอาหารว่าง

    10.00 -12.00 น.                  บรรยายโดยวิทยากรในสาขาต่างๆ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงใน ภาคส่วนต่าง ๆ ความสำเร็จ อุปสรรค และความคาดหวังในทศวรรษหน้า

    ภาคการเมืองท้องถิ่น  โดย    นายณรงค์  ทาสิงห์คำ

                                                        นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลสันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่

    ภาคราชการ                   โดย นายเฉลิมเกียรติ  แสนวิเศษ

    เลขาธิการ กปร.

    ภาคสถาบันการศึกษา   โดย  ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน

                                                        รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์

    ภาคธุรกิจ                        โดย รศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร

     ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาภาวะผู้นำอย่างยั่งยืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

    ภาคประชาสังคม          โดย นายบาล  บุญก้ำ

                                                        ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ชุมชนบ้านดอกบัว  ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา

    ผู้ดำเนินการอภิปราย  ศ.ดร.อภิชัย  พันธเสน

    12.00 -13.00 น.                  พักรับประทานอาหารกลางวัน

    13.00 -15.00 น.                  ประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อต่าง ๆ

                                                    การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษหน้า

    -    ภาคการเมืองท้องถิ่น และภาคประชาสังคม

    -    ภาคราชการ

    -    ภาคสถาบันการศึกษา

    -    ภาคธุรกิจ

    -    ความสุข ประโยชน์สุข และการขับเคลื่อนระหว่างประเทศ

    -    อุปสรรคและแนวทางแก้ไขในภาพรวม

    -    ภาคศาสนา บ้าน-วัด-โรงเรียน

    15.00 -15.15 น.                  พักรับประทานอาหารว่าง

    15.15 -16.30 น.                  สรุปผลการประชุมกลุ่มย่อย

                                                                    ผู้ดำเนินรายการ  ศ.ดร.อารี วิบูลย์พงศ์

    16.30 -17.00 น.                  ปิดการสัมมนาและปิดงาน โดย ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน

     


    บทนำ เหลียวหลังเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

    ในทศวรรษหน้า (2556-2565)

     

    หนังสือเล่มนี้ป็นการสรุปการทำงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายหลังที่ได้สนับสนุนโครงการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเวลาต่อเนื่องกว่าหนึ่งทศวรรษ วัตถุประสงค์ที่นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบว่า สกว. ได้ดำเนินการไปในเรื่องนี้อย่างใดบ้างแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ผู้อ่านและสาธารณชนทราบว่างานวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ดำเนินการโดย สกว. มาจนถึงปัจจุบันนั้นได้มีความก้าวหน้าไปมากน้อยเพียงใด และงานดังกล่าวได้เปิดพรมแดนแห่งความรู้เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะที่เป็นยุทธศาสตร์อย่างใดบ้างในทศวรรษที่ผ่านมา อีกทั้ง มีข้อเสนอหรือแนวทางที่จะขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตในทิศทางใดบ้าง อุปสรรคของการขับเคลื่อนดังกล่าวอยู่ที่ใดและมีวิธีการจะแก้อุปสรรคดังกล่าวได้อย่างไรหรือไม่

                    หนังสือนี้เป็นการรวบรวมข้อเขียนของผู้ประสานงานชุดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับนักวิจัยในโครงการและในนามของสถาบันที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกมาเฉพาะนักวิจัยและโครงการที่น่าสนใจที่สาธารณชนโดยทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่าได้มีความก้าวหน้าของงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงไปแล้วในเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะต่างกับการวิจัยที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการเผยแพร่ในสถาบันการศึกษาและสถาบันการวิจัยโดยทั่วไป

                    ในบทที่ 1 จะให้ภาพของการวิจัยและพัฒนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงโดยผู้ประสานงานของชุดโครงการนี้ เพื่อเป็นการอธิบายถึงภูมิหลังความเป็นมาและความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงที่นำมาประยุกต์โดยชุดโครงการวิจัยนี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ชุดโครงการวิจัยและผลจากการวิจัยดังกล่าว ซึ่งอาจจะแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ  ระยะที่ 1 (2547-2548) เป็นการสร้างองค์ความรู้ สร้างข้อมูลพื้นฐานที่เน้นการประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงในระดับจุลภาค  ในระยะที่ 2 ได้ก้าวออกมาจากการวิจัยระดับจุลภาคสู่ระดับมหภาคหรือระดับนโยบาย เนื่องจากการจะขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบจะต้องขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ในระยะที่ 2 (2549-2550) จึงเป็นการวิเคราะห์ในส่วนที่เป็นแนวนโยบาย ซึ่งงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ชี้ชัดว่าในระดับนโยบายนั้นมีอุปสรรคโดยมีข้อค้นพบว่า ธุรกิจการเมืองที่ได้รับการค้ำยันโดยธุรกิจตามปกติและการเมืองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญ ตามมาด้วยภาคราชการที่ส่วนหนึ่งถูกครอบงำโดยธุรกิจการเมือง เพื่อช่วยกระตุ้นให้ภาคราชการสนใจที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงชุดงานวิจัยนี้จึงได้มีการวิจัยเพื่อการจัดทำแผนที่เดินทางเริ่มขึ้นในปี 2550 ด้วยส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งในเรื่องนี้มาหนึ่งทศวรรษแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานของรัฐคิดจะทำแผนที่เดินทางไปสู่ความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศ แต่แผนที่เดินทางดังกล่าวมิได้มีการขับเคลื่อนแต่อย่างใดภายหลังที่งานนี้ได้รับการเผยแพร่ไปแล้ว ทั้งนี้เพราะไม่มี “เจ้าภาพ” นั่นเอง ด้วยเวลาและงบประมาณที่มีจำกัด เมื่อเห็นว่าการขับเคลื่อนในระดับมหภาคโดยตรงไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนจุดเน้นการวิจัยมาเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจเอกชนแทน ซึ่งเป็นงานวิจัยในระยะที่ 3 (2551-2553) โดยมีฐานคิดที่ว่า การทำธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้ธุรกิจเหล่านี้ไม่ยอมเป็นฐานให้แก่ธุรกิจการเมือง นอกจากนั้นภาคธุรกิจเอง ถ้าหากสนใจที่จะทำธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ย่อมมีพลังพอที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งการวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนในภาคธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จพอสมควร

                    ผู้ประสานงานชุดโครงการนี้ในนามของ สกว. ได้มีโอกาสเข้าร่วมกับภาคีต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา คณะบริหารศาสตร์ทั่วประเทศ และสถาบันไทยพัฒน์ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตอาจจะมีมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียง และมาตรฐานความคุ้มค่าเงินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  นอกจากนั้น สภาหอการค้ายังได้จัดตั้งเครือข่ายธุรกิจเพื่อต่อต้านคอรัปชั่นด้วย พร้อมกับมีคณะอนุกรรมการที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในบรรดาสมาชิกทั่วประเทศอยู่แล้วในปัจจุบัน

                    ในระยะที่ 4 (2554-2555) งานนี้จึงขยายขอบเขตการขับเคลื่อนออกไปสู่วัดในพระพุทธศาสนา เริ่มจากพื้นที่นำร่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมีการขยายขอบเขตไปสู่การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศผ่านโครงการความสุขมวลรวมประชาชาติสู่กระบวนทัศน์ใหม่แห่งการพัฒนา พร้อมทั้งมีการศึกษาเรื่องประโยชน์สุขอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังมีการประยุกต์ประโยชน์สุขจากการผลิตข้าวทั้งระบบด้วย

                    ส่วนในอนาคตอุปสรรคที่สำคัญคือธุรกิจการเมือง ยังคงดำรงอยู่ อีกทั้งการหนุนช่วยธุรกิจการเมืองระดับชาติโดยการเมืองท้องถิ่นก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคประชาสังคมในท้องถิ่นต่างๆ อีกด้วย ขณะที่ภาคราชการที่ถูกครอบงำโดยธุรกิจการเมืองก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะต้องหาวิธีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคนี้ต่อไป อีกภาคส่วนหนึ่งคืออุดมศึกษา แทนที่จะทำหน้าที่เป็นสติปัญญาให้แก่สังคมในการสร้างและขยายองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของอุปสรรคเสียเอง จึงจำเป็นจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังต่อไป

                    ในบทที่สอง จะเริ่มจากงานของ ศ.ดร.อารี วิบูลย์พงศ์ ซึ่งได้ทำงานวิจัยให้กับ สกว. ในโครงการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมากว่าทศวรรษ โดยจุดเน้นของอาจารย์จะอยู่ที่งานในระดับจุลภาค ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผลิตและชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และท้ายที่สุดอาจารย์ได้ก้าวไปไกลถึงการวิจัย “คุณค่าการผลิตเพื่อประโยชน์สุขของสังคม : กรณีศึกษาข้าว” ซึ่งก็สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่เกี่ยวกับต้นทุนและผลประโยชน์ตอบแทนต่อสังคมเป็นหลักนั่นเอง

                    บทที่สาม เป็นการก้าวไปสู่ภาพในระดับมหภาคโดยใช้โครงการวิจัยเพื่อจัดทำแผนที่เดินทาง (Road Map) ที่จัดทำโดยสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ งานนี้สะท้อนให้เห็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศที่ค้นพบในปี 2550 เป็นแนวทางในการจัดทำแผนที่เดินทางตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งได้พบว่า ไม่มีความคืบหน้าจากข้อเสนอที่ปรากฏอยู่ในรายงานวิจัยฉบับนี้ อีกทั้งวิกฤตทั้งหลายยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบันและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นการตอกย้ำว่าธุรกิจการเมือง พร้อมทั้งนโยบายประชานิยมเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาดังกล่าว และจะกลายเป็นภัยพิบัติของประเทศอย่างสำคัญในที่สุด ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข

                    ในบทที่ 4 เป็นการรวมบทความที่เป็นงานวิจัยเชิงธุรกิจเข้าด้วยกัน แต่ใช้งานของนักวิจัยเป็นตัวเดินเรื่อง เริ่มจากงานของ รศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร “การวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ” ตามด้วยงานของ ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ที่นำเสนอ “งานวิจัยในชุดโครงการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเริ่มตั้งแต่งานทำฐานข้อมูลเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มองค์กรและพื้นที่ต่าง ๆ การสร้างเครือข่ายความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างประเทศ โครงการวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจระยะที่ 1 (2551) ซึ่งเน้นการนำเอาเครื่องมือบริหารธุรกิจสมัยใหม่มาเทียบเคียงกับเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงจากเครื่องมือที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ให้เป็นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้ และงานในระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดทำรายงานความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยให้นักธุรกิจเองเข้าใจและตรวจสอบการทำงานของตนเองได้ และช่วยให้ความสะดวกแก่ผู้ประเมินจากภายนอกในการตรวจสอบความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของธุรกิจนั้นๆ งานชิ้นสุดท้ายเป็นการศึกษาความคุ้มค่าเงินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดย เอกลักษณ์ สุวรรณการ โดยงานนี้จะเน้นให้ผู้บริโภคมีการบริโภคอย่างพอเพียงหรืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจากความคุ้มค่าของเงินเทียบกับลักษณะเฉพาะตัวแต่ละสินค้า และกระบวนการผลิตหรือการทำธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยงานของ ดร.พิพัฒน์ และ เอกลักษณ์ จะสัมพันธ์กับงานของอาจารย์สุขสรรค์ กันตะบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาเพื่อเตรียมทำมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วยดัชนีที่จะวัดความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของธุรกิจในมิติต่าง ๆ โดยที่งานของ ดร.พิพัฒน์ ได้นำดัชนีเหล่านั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของรายงานความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกิจการ และงานของเอกลักษณ์ จะใช้งานของอาจารย์สุขสรรค์ กันตะบุตร มาระบุถึงการผลิตหรือการทำธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนงานวิจัยชิ้นแรกของอาจารย์สุขสรรค์ เป็นงานที่ต่อยอดจาก อภิชัย พันธเสน (2546) ที่มีชื่อว่า การประยุกต์พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงกับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม โดยงานของอาจารย์สุขสรรค์เป็นการศึกษาธุรกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อศึกษาว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีแรงกดดันจากผู้ซื้อขายหุ้นในตลาดดังกล่าวที่จะต้องการทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวธุรกิจขนาดใหญ่จะสามารถบริหารธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็อยู่ที่ว่า ธุรกิจเหล่านั้นมีวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ อีกทั้งผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ที่สนใจซื้อหุ้นดังกล่าว จะคำนึงถึงผลกำไรจากการประกอบการอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวเป็นหลักหรือไม่ งานทั้งสามนักวิจัยนี้จึงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และนักวิจัยทั้งสามมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจด้วยตัวเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์สุขสรรค์ และ ดร.พิพัฒน์

                    บทที่ 5 เป็นการศึกษาและให้ความหมายของคำว่า “ประโยชน์สุข” ของเศรษฐกิจพอเพียงที่สัมพันธ์กับ ความสุขมวลรวมประชาชาติ โดยเริ่มจากงานที่จัดทำโดยสวนเงินมีมา และ School for Wellbeing Studies and Research เรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติ : สู่กระบวนทัศน์ใหม่แห่งการพัฒนาที่นำไปสู่ตัวแบบของสังคมหรือประเทศที่เน้นความเป็นอยู่ที่ดี หรือความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือประโยชน์สุข ว่าควรจะมีลักษณะอย่างไร ซึ่งก็คือสังคมหรือประเทศที่ภาคประชาสังคมมีบทบาทเด่น ขณะที่ระบอบทรัพย์สินที่สอดคล้องกันก็ควรจะเป็นทรัพย์สินร่วม (Common property) เป็นการสร้างตัวแบบหรือกรอบความคิดที่มีความชัดเจนระดับหนึ่ง ส่วนอีกบทความหนึ่งเป็นของ ดร.ขนิฏฐา กาญจนรังษีนนท์ และคณะ ที่ศึกษาความหมายของประโยชน์สุขจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลเป็นถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกิจกรรมที่ส่งเข้าประกวด ซึ่งทุกกลุ่มจะเน้นการให้ความรู้หรือปัญญาและจะยินดีกับความสำเร็จก้าวหน้าของผู้ที่ได้รับความรู้จากตนไป เป็นสังคมที่นิยมการแบ่งปัน เช่นเดียวกับการค้นพบในบทความแรก ที่มีความเป็นนานาชาติสูงกว่า ซึ่งแสดงว่าเรื่องประโยชน์สุขเป็นเรื่องสากลของความเป็นมนุษย์เช่นกัน

                    บทที่ 6 คือบทสุดท้ายที่เขียนโดยผู้ประสานงานชุดโครงการนี้ และเป็นบรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ไปด้วยพร้อมกัน เริ่มจากสรุปวิวัฒนาการการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของ สกว. ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน งานขับเคลื่อนของภาคส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากชุดงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพทั้งหมด และในส่วนสุดท้ายได้มีการเสนอยุทธศาสตร์ที่ควรจะดำเนินการต่อไปในอนาคต ในฐานะที่เป็นยุทธศาสตร์ของชาติที่จะมีการเสนอและขับเคลื่อนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติต่อไป ประเด็นที่ยังคงท้าทายอยู่ก็คือ จะหาความรู้ในเรื่องอะไรบ้างและอย่างไร เพื่อจะจัดการกับอุปสรรคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่มีธุรกิจการเมืองที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ของทุนนิยมและเสรีนิยมใหม่ อันตั้งอยู่บนพื้นฐานความโลภของมนุษย์ โดยยังคงมีการเมืองท้องถิ่นเป็นเสาค้ำยันที่สำคัญ และมีภาคราชการที่ถูกครอบงำโดยธุรกิจการเมืองและสถาบันอุดมศึกษาที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหามากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา อีกทั้งมีประเด็นอื่น ๆ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ “สังคมแห่งประโยชน์สุข” ให้ได้ ในอนาคตโดยมีข้อเสนอในลักษณะตัวแบบที่ชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่งเมื่อได้มีภาพในอนาคตที่ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้ว ความรู้ที่จะต้องตอบโจทย์สำคัญๆ ที่ยกขึ้นมาอภิปรายแล้วล้วนต้องการงานวิจัยเพื่อจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่องในทศวรรษหน้าและหลังจากนั้น

                    สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาและช่วยเผยแพร่งานนี้เป็นภาษาอังกฤษ ได้มีการเสนอบทความเป็นภาษาอังกฤษไว้ในภาคผนวก 2 บทความ คือ Gross National Happiness : towards a new development paradigm, by Suan Nguen Mee Ma social enterprise and the School for Wellbeing Studies and Research  และบทความของ Apichai Puntasen ที่เขียนขึ้นในโครงการดังกล่าวเพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Sustainable Development, Middle Path Philosophy, Gross National Happiness, Sufficiency Economy and Buddhist Economics ภายใต้ชื่อบทความว่า “From Wealth to Well-being and Finally Nibbana: A Transcendence from Traditional to Buddhist Economics

     

    ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน

    ผู้ประสานงานชุดโครงการวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

    25 พฤษภาคม 2555


     

     

    ชุดโครงการวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

    นักวิจัย

    ภาพรวมของโครงการวิจัย

    ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน

     

     

     

    มหภาค และนโยบาย

     

    Road Map เศรษฐกิจพอเพียงของประเทศไทย

    ดร.ปัทมวดี ซูซูกิ

    โครงการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่ม องค์กร พื้นที่ ที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต

    ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

    การสร้างเครือข่ายความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างประเทศในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง (Road Map)

    ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

     

     

     

    GNH และประโยชน์สุข

     

    สังคมแบบไหน ช่วยให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี กระบวนทัศน์ใหม่สู่การเปลี่ยนแปลง

    คุณวัลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด

    "ประโยชน์สุข" จุดเด่นของเศรษฐกิจพอเพียงที่ถูกละเลย

    ดร. ขนิฏฐา  กาญจนรังษีนนท์

     

     

     

    ศาสนา

     

    พระสงฆ์ และพุทธศาสนา กับการเผยแพร่แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (บ ว ร)

    คุณวรเดช และพระสุพจน์

     

     

     

    เยาวชนและการศึกษา

     

    โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาและเยาวชน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

    ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ

     

     

     

    เศรษฐกิจชุมชน เกษตร

     

    การสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจชุมชนไทย ทำได้เพียงใดในยุคการเมืองแบบประชานิยม (การพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนของชุมชน)

    ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน /

    รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ

    ๑๐

    ทำไมเกษตรกรไทยจึงมีหนี้ท่วมหัว แล้วจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงกันอย่างไรดี (โครงการวิจัยหนี้สินภาคครัวเรือนของเกษตรกรในชนบทไทย)

    คุณวิทยา เจียรพันธุ์

    ๑๑

    ข้าว โคนม และส้ม การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง